

"วันอนุรักษ์ควายไทย" 14 พ.ค.'69 พบสถิติเหลือควายป่าเพียง 66 ตัว
เว็บไซต์มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเผยแพร่ข้อมูล "ควายไทย" ที่สำคัญ โดยเฉพาะ "ควายป่า" ซึ่งเปรียบเสมือน "นางงามที่หาได้ยาก" ซึ่งปัจจับันพบควายป่าเหลือในห้วยขาแข้งเพียง 66 ตัวเท่านั้น โดยเป็นตัวเลขที่ค้นพบและถูกเปิดเผย เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2569 #ครั้งหนึ่ง ‘ควายป่า’ เคยถูกนิยามว่า เป็นสิ่งมีชีวิตที่ “หายากยิ่งกว่านางงาม” แถมยังเคยถูกเข้าใจผิดว่าสูญพันธุ์ไปก่อนห้วยขาแข้งจะประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเสียอีก กระทั่งคณะสำรวจของกรมป่าไม้ นำโดย "คุณผ่อง เล่งอี้" บุรุษผู้รักษาผืนป่ามรดกโลก (ปัจจุบันอายุ 91 ปี ) ได้ สำรวจพบหลักฐานการมีอยู่ ที่ต่อมาเป็นหนึ่งข้อมูลสำคัญของการประกาศให้ห้วยขาแข้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และช่วยรักษาลมหายใจของควายป่าให้ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่กระนั้น ปฏิเสธมิได้ว่ากว่าสามทศวรรษของงานอนุรักษ์ ควายป่าที่ถูกเรียกว่าเป็น ‘ฝูงสุดท้าย’ ของห้วยขาแข้ง และผืนป่าไทย มีจำนวนประชากรค่อนข้างคงที่ ไม่อาจเพิ่มไปมากกว่าที่เป็นอยู่ สาเหตุสำคัญเป็นเพราะถิ่นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมค่อนข้างจำกัด ควายป่าต้องพึ่งพาพื้นที่ราบริมน้ำ ซึ่งมีพืชอาหารที่เหมาะสม แต่พื้นที่ลักษณะนี้ในห้วยขาแข้งมีอยู่อย่างจำกัด อีกทั้งในฤดูฝน เกิดน้ำหลากเข้าท่วมที่ราบจนพืชอาหารถูกน้ำท่วมหรือพัดหายไป ทำให้ควายป่าต้องเคลื่อนย้ายลงไปหากินในพื้นที่อื่น แถมจุดที่เคลื่อนย้ายยังประชิดกับชุมชนที่ประกอบอาชีพเลี้ยงปศุสัตว์ ทั้งวัว ควายบ้าน ซึ่งการเข้าใกล้กันระหว่างควายป่ากับสัตว์เลี้ยงก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งในแง่การผสมข้ามสายพันธุ์ และการแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง และการระบาดครั้งเดียวอาจทำลายประชากรควายป่ากลุ่มสุดท้ายของไทยได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้น การอนุรักษ์ควายป่าจึงไม่อาจหยุดอยู่แค่การปกป้องฝูงสุดท้ายที่มี หรือการปกป้องพื้นที่ แต่ต้องก้าวไปสู่การจัดการเชิงรุก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงเครือข่ายนักวิชาการ ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันการบุกรุกและดูแลถิ่นอาศัยของควายป่า ขณะเดียวกัน มีหน่วยงานอนุรักษ์เป็นพลังเสริมทั้งการประสานกับชุมชนโดยรอบ การผลักดันแนวกันชนระหว่างพื้นที่เลี้ยงสัตว์กับเขตอนุรักษ์ แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยมาตรการที่มีอยู่ นักอนุรักษ์ต่างเห็นตรงกันว่า ยังเป็นเพียงการตามแก้ปัญหามากกว่าการวางแผนเพื่ออนาคต หากต้องการให้ควายป่ายังอยู่รอดปลอดภัย ยังมีสิ่งใดที่ต้องทำอีกหลายเรื่อง คำตอบหนึ่งคือการสร้างประชากรสำรอง โดยจัดตั้งแหล่งเพาะเลี้ยงหรือพื้นที่รองรับแห่งที่สอง เพื่อขยายพันธุ์ควายป่าและเพิ่มจำนวนประชากรอย่างเป็นระบบ หากเกิดเหตุไม่คาดคิดกับประชากรในธรรมชาติ เพื่อให้มีต้นทุนเพียงพอสำหรับฟื้นฟูประชากรคืนสู่ป่า อีกคำตอบคือการเสริมความหลากหลายทางพันธุกรรม ผ่านการศึกษาด้าน DNA และการบริหารจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อป้องกันปัญหาการผสมพันธุ์ในวงจำกัด ซึ่งอาจทำให้ประชากรอ่อนแอลงในระยะยาว ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างสัตวแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักอนุรักษ์ หน่วยงานรัฐ และภาคประชาชน ขอบคุณข้อมูล :- เว็บไซต์ มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ขอบคุณภาพ :- เพจ FB : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)
NEWS
กลุ่มงานวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 12 (นครสวรรค์) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานวิจัยและอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากในโครงการ ‘สำรวจประชากรควายป่าในพื้นที่บริเวณลำห้วยขาแข้งทางตอนใต้’ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี
โดยทีมนักวิจัยได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ เพื่อสำรวจประชากรควายป่าตามแผนงานปีงบประมาณ 2569 จำนวนทั้งสิ้น 25 จุด ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่หน่วยพิทักษ์ป่าเขาบันได ไปจนถึงหน่วยพิทักษ์ป่ากรึงไกร ซึ่งการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกด้านประชากร ถิ่นอาศัย และพฤติกรรมของควายป่า
และในระหว่างการลงพื้นที่ ทีมนักวิจัยได้รายงานการพบเห็นควายป่า ‘โดยตรง (Direct Observation)’ ได้แก่ บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าเขาบันได จำนวน 1 ตัว และบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยมดแดง พบควายป่ารวมกลุ่มกัน จำนวน 9 ตัว รวมทั้งสิ้น 10 ตัว สำหรับจำนวนประชากรควายป่าโดยรวมที่สำรวจพบในปี 2569 นั้น ต้องรอติดตามการรายงานข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต่อไป
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2567 ทีมนักวิจัยชุดนี้ได้มีการสำรวจประชากรควายป่า โดยการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ จำนวน 2 ครั้ง พบว่า การสำรวจครั้งที่ 1 ช่วงระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม ถึง 19 มิถุนายน 2567 ได้มีการติดตั้งกล้องถ่ายภาพอัตโนมัติทั้งสิ้น 27 จุด จุดที่ถ่ายภาพควายป่าได้ทั้งหมด 23 จุด พบจำนวนประชากรควายป่าทั้งสิ้น 66 ตัว ประกอบด้วย เพศผู้ 20 ตัว เพศเมีย 3 ตัว และไม่สามารถระบุเพศได้ 3 ตัว ช่วงชั้นอายุสามารถจำแนกได้ คือ ลูกควายป่า 3 ตัว วัยรุ่น 13 ตัว ก่อนโตเต็มวัย 10 ตัว และโตเต็มวัย 40 ตัว
ส่วนการสำรวจครั้งที่ 2 อยู่ในช่วงระหว่าง 24 กันยายน ถึง 24 พฤศจิกายน 2567 มีการติดตั้งกล้องถ่ายภาพอัตโนมัติทั้งสิ้น 23 จุด จำนวนจุดที่ถ่ายภาพควายป่าได้ทั้งหมด 20 จุด ซึ่งผลการสำรวจประชากรมีลักษณะเดียวกันกับการสำรวจครั้งที่ 1
ควายป่า หรือ มหิงสา 1 ใน 7 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งป่าตะวันตก ปัจจุบันควายป่าอยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง และถูกขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าต้องห้ามบัญชี 3 appendix III ของอนุสัญญาไซเตส และจัดเป็นสัตว์ป่าสงวน หนึ่งใน 21 ชนิดของไทย ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562




